100 คนรุ่นใหม่ 10 หนังสั้น “THE NEXTGEN THAICINE” ปั้นคนมีฝีมือ มีมาตรฐาน รองรับการเติบโต Creative Economy “รับสวดส่ง” คว้า The Best NEXTGEN THAICINE 2026

 

โครงการ “THE NEXTGEN THAICINE นักสร้างหนังรุ่นใหม่ ปั้นหนังไทยสู่มืออาชีพ” โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และพาร์ทเนอร์ จัดงาน “THE NEXT SCENE 2026 ฉากต่อไปของนักสร้างหนังรุ่นใหม่” ฉายภาพยนตร์สั้นรอบปฐมทัศน์ และมอบรางวัล The Best NEXTGEN THAICINE 2026 ณ โรงภาพยนตร์ Century The Movie Plaza อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมี นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นผู้แทน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ประธานคณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการหรือกิจกรรมประเภทความร่วมมือ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมมอบหนังสือรับรองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ 100 คน พร้อมผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และผู้บริหารค่ายภาพยนตร์เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

 

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ปัจจุบันภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ เป็นส่วนหนึ่งของ Creative Economy (เศรษฐกิจสร้างสรรค์) ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ และนำเรื่องราว วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของไทยไปสู่ผู้ชมทั่วโลก ขณะเดียวกันประเทศไทยมีโอกาสรองรับการผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพียงครึ่งปี 69 มีภาพยนตร์ต่างประเทศยื่นขอถ่ายทำมากกว่า 300 เรื่อง สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ประเทศไทยมากกว่า 4,025 ล้านบาท สิ่งที่ประเทศไทยต้องเตรียมจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายทำหรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่คือ “คน” คือทุนมนุษย์ที่มีความรู้ มีทักษะ ทำงานได้จริง และมีมาตรฐานที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุน

 

“สิ่งที่น่าสนใจของ The Nextgen Thaicine คือ โครงการไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดแคมป์อบรม หรือสอนให้คนรุ่นใหม่ผลิตหนังสั้น แต่เชื่อมการเรียนรู้และการลงมือทำเข้ากับอาชีพที่มีอยู่จริงในอุตสาหกรรม ผู้เข้าร่วมจึงได้เข้าสู่กระบวนการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ เพื่อยืนยันว่ามีความรู้ มีทักษะ และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน” นายศึกษิษฏ์ กล่าว

 

ด้านนางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า จุดต่างสำคัญของโครงการ คือการนำ ระบบมาตรฐานอาชีพเข้ามาเชื่อมกับการพัฒนาคนทำหนังรุ่นใหม่ โดยผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าสู่กระบวนการประเมินและได้รับหนังสือรับรองสมรรถนะจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพใน 3 ด้าน ได้แก่ อาชีพนักเขียนบท อาชีพผู้ช่วยช่างภาพ และสมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สำหรับงานมัลติมีเดีย การเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมโครงการไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องอบรม แต่เกิดจากการลงมือทำจริง การทำงานร่วมกัน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการรับผิดชอบต่อผลงานของตนเองและทีม ก่อนนำสมรรถนะที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการประเมินตามมาตรฐานอาชีพ

 

“หนังสือรับรองที่ทุกคนได้รับ ไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานว่าเคยผ่านการอบรม แต่เป็นการรับรองว่าบุคคลนั้นมีความรู้และความสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานอาชีพ สามารถนำไปใช้ต่อยอดการทำงาน สร้างผลงาน และพัฒนาตนเองในสายอาชีพต่อไปได้” นางสาวจุลลดา กล่าว

 

ขณะที่ นางสาวพัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพร้อมให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการผลิตนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ผลิตสื่อได้อย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และสร้างสรรค์ ทำให้คนดูเกิดการตระหนักรู้ รู้เท่าทันสื่อ มุ่งใช้พลังของสื่อสร้างสรรค์ในการส่งต่อแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรม รวมถึงส่งเสริมคุณค่าในสังคม เรียกว่านักสร้างหนังเองต้องเข้าใจทั้งศิลปะการสื่อสาร มาตรฐานการทำงาน และความรับผิดชอบของผู้ผลิตสื่อที่มีต่อผู้ชมและสังคม เพราะภาพยนตร์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความบันเทิง แต่สามารถสะท้อนความจริง เปิดพื้นที่ให้กับความแตกต่าง สร้างความเข้าใจ และส่งต่อพลังบวกให้กับผู้คนได้

 

ในงานยังได้มีการประกาศรางวัลหนังยอดเยี่ยม ผลการตัดสิน The Best NEXTGEN THAICINE 2026 พิจารณาโดยคณะกรรมการจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ 9 ท่าน ประกอบด้วย ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ธนิตย์ จิตนุกูล, บัณฑิต ทองดี, ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล, สิทธิพงษ์ กองทอง, ภูวดล เนาว์โสภา, กฤติวิทย์ หริมเทพาธิป นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมภาพยนตร์ (Micro Cinema Thailand) และ กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส

 

ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ The Best NEXTGEN THAICINE 2026 ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง “รับสวดส่ง” ทีม Biddee จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาพยนตร์เรื่อง “นางเทียม (HOST)” ทีมรจนาฟิล์ม จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ภาพยนตร์เรื่อง “ประตูมีกลอน ฅนครมีปืน” ทีมลูกกระเจี๊ยบ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

และ รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง “มู” ทีมรักมาก จากคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และภาพยนตร์เรื่อง “On Hold (เมืองไร้รัก)” ทีม YEARNFILM จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยภาพยนตร์เรื่อง “นางเทียม” ทีมรจนาฟิล์ม จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้รางวัล Popular vote หนังน่าดูของคน Netxgen 

 

สำหรับโครงการ THE NEXTGEN THAICINE เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศเข้ามาเรียนรู้การผลิตภาพยนตร์ผ่านการทำงานจริง ภายใต้แนวคิด “เทรนด์บ้านฉัน” โดยนำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา อาหาร ศิลปะ ภาษา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น มาถ่ายทอดผ่านมุมมองร่วมสมัย เพื่อสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมในวงกว้าง โครงการได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่สมัครเข้าร่วมกว่า 650 คน รวม 65 ทีม ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกเหลือ 100 คน หรือ 10 ทีม เข้าสู่ THE NEXTGEN THAICINE CAMP ค่ายอบรมเข้มข้น 4 วัน 3 คืน ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เรียนรู้และฝึกปฏิบัติร่วมกับบุคลากรในอุตสาหกรรม ตั้งแต่การพัฒนาเรื่องและเขียนบท การกำกับ การถ่ายภาพ การทำงานในกองถ่าย ไปจนถึงการตัดต่อ ก่อนนำความรู้กลับไปผลิตภาพยนตร์สั้นของแต่ละทีมจนสำเร็จครบ 10 เรื่อง THE NEXTGEN THAICINE จึงไม่ได้จบลงพร้อมกับการประกาศรางวัล แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำคนรุ่นใหม่เข้าสู่สายอาชีพ และสร้างกำลังคนที่มีทักษะและมาตรฐาน เพื่อรองรับการเติบโตและการลงทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยต่อไป