สคช. พร้อมลุย ‘โคราชโมเดล’ ปั้น Youth Worker และ ช่างเทคโนโลยีเสียง ดันเยาวชนคืนระบบอย่างมืออาชีพ ด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ

        วันนี้ 16 กรกฎาคม 2568 นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)  พร้อมด้วยนายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่   พบรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ และ นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินงานร่วมเดินหน้าขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ตามแนวทาง “โคราชโมเดล” พัฒนาศักยภาพเยาวชนนอกระบบการศึกษา ผ่านการรับรองสมรรถนะวิชาชีพ Youth Worker และช่างเทคโนโลยีเสียง

         ผอ.สคช. กล่าวว่า พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้ลดลงจนกลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ตามแนวทาง “โคราชโมเดล” โดยเน้นการยกระดับทักษะอาชีพให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสพัฒนาตนเองและกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้หรือการทำงานได้อย่างยั่งยืน โดย สคช. มีแผนดำเนินการ ฝึกอบรมสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ โดยการนำร่องนี้มุ่งเป้าไปยัง 2 กลุ่มอาชีพหลัก ได้แก่ อาชีพผู้ทำงานกับเยาวชน (Youth Worker) เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแล สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนาการเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มนอกระบบ ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้หรือเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างเหมาะสม และอาชีพช่างเทคโนโลยีเสียง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาอาชีพที่เยาวชนให้ความสนใจ และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง ทั้งในวงการบันเทิง สื่อสารมวลชน และงานด้านเสียงในกิจกรรมต่าง ๆ โดยเน้นฝึกปฏิบัติจริงควบคู่กับการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อรองรับกลุ่มเปราะบางในสังคม และตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่ง “โคราชโมเดล” ถือเป็นพื้นที่นำร่องที่ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชน สคช. พร้อมสนับสนุนส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์ม E-Workforce Ecosystem Platform ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลกำลังคนคุณภาพทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการกลุ่มเยาวชนนอกระบบอย่างเป็นระบบ ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถออกแบบนโยบาย การฝึกอบรม และการพัฒนาอาชีพได้ตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น

สคช. มุ่งหวังว่าแนวทางนี้จะสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมาย “Thailand Zero Dropout” ได้อย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง