วันที่ 13 สิงหาคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเป็นประธานในงานประชุมวิชาการ (Symposium) การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 และทรงเปิดพร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ซึ่งจัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และคณะที่ปรึกษาโครงการ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" ผู้ประกอบการจากจังหวัดต่าง ๆ เฝ้ารับเสด็จ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027 แนวโน้มและทิศทางแฟชั่นไทย (ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร เล่มที่ 7) ให้แก่คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน และนางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ TPQI และหัวหน้าส่วนราชการ จำนวน 47 ราย เพื่อนำไปใช้เป็นทิศทางในการขับเคลื่อนและยกระดับผ้าไทยสู่สากล ทั้งยัง ทรงร่วมเสวนาในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากลประจำปี ๒๕๖๙” และฉายพระรูป ร่วมกับผู้เข้าเฝ้ารับเสด็จ  ในการนี้ ทรงเน้นย้ำถึงการเข้าใจ "รากฐานของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์" ก่อนการพัฒนา โดยนำองค์ความรู้ดั้งเดิมมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทรงให้ความสำคัญกับงานประณีตศิลป์ทุกลักษณะที่รังสรรค์ด้วยมือ ซึ่งเป็นคุณค่าเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทดแทนด้วยเทคโนโลยี AI ได้ ทรงตั้งพระทัยผลักดัน "ชุดไทย" ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมกับองค์การยูเนสโก (UNESCO)

 

โอกาสนี้ ทรงทอดพระเนตรการแสดงแฟชั่นโชว์ ภายใต้แนวคิด “The Walk of Woven Identities”ซึ่งจัดแสดงแบบชุดผ้าไทย ที่ดำเนินงานเริ่มต้นจากการลงพื้นที่ศึกษาองค์ความรู้ กระบวนการผลิต อัตลักษณ์ และศักยภาพของชุมชนต้นแบบ 10 แห่งจากทั่วประเทศ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กลุ่ม ธ.มฌโฑ จังหวัดอุดรธานี, กลุ่มขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู, กลุ่ม ME-D NATHAP (มีดี นาทับ) จังหวัดสงขลา, กลุ่ม T.Chattuwan (ที จัตุวัน) จังหวัดร้อยเอ็ด, กลุ่มมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์, บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่, อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จังหวัดลำพูน, กลุ่มอิมปานิ จังหวัดราชบุรี และกลุ่มไหมทองสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผ้าไทยตั้งแต่รากฐานภูมิปัญญา กระบวนการสร้างสรรค์ ไปจนถึงการพัฒนาเป็นผลงานร่วมสมัย โดยทุกชิ้นยังคงสะท้อนลวดลาย เทคนิค และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของชุมชนไว้อย่างโดดเด่น

 

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI มีบทบาทสำคัญในการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผ้าไทย ผ้าทอ และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ให้กลายเป็น “คุณวุฒิรับรองความสามารถ” ที่เป็นมาตรฐานระดับชาติ เพื่อเปลี่ยนทักษะสั่งสมของครูภูมิปัญญา ช่างทอ และชาวบ้านให้มีใบประกาศนียบัตรรับรองเทียบเท่าคุณวุฒิทางการศึกษา หรือ ปริญญาอาชีพ ร่วมกับโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก โดย TPQI ได้จัดทำมาตรฐานอาชีพที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตผ้าทอมือตามภูมิปัญญา ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น ได้แก่ สาขาวิชาชีพอนุรักษ์งานพื้นบ้านและศิลปหัตกรรม (กลุ่มงานผ้า)  ให้การรับรองทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิคการทอผ้าและงานผ้าพื้นบ้าน ได้แก่  งานผ้าทอตามเทคนิคโบราณ ช่างทอมัดหมี่, ช่างทอขิด, ช่างทอจก, ช่างทอยกดอก/ยกมุก, ช่างทอเกาะ/ล้วง และผ้าทอผสมผสาน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีระบบการรับรองคุณวุฒิสำหรับ “กลุ่มภูมิปัญญาด้านผ้า”  สำหรับช่างทอมือ ช่างผ้าบาติก หรือผู้ประกอบการ OTOP ที่ไม่ได้จบการศึกษาในระบบ แต่มีความเชี่ยวชาญสูง TPQI ใช้ระบบประเมินแบบ RESK (Recognition of Existing Skills and Knowledge) หรือ การเทียบโอนประสบการณ์ เช่นในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ด้วย