สคช.ร่วมสถานศึกษา 5 ภูมิภาคและสถานประกอบการ พัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามมาตรฐานอาชีพ และ E-Workforce Ecosystem Platform มุ่งผลิตแรงงานใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วและตรงความต้องการมากขึ้น
นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "ยกระดับสมรรถนะผู้เรียนสู่ความเป็นมืออาชีพด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ และ E-Workforce Ecosystem Platform" พร้อมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "โอกาสและความท้าทายในการเชื่อมโยงโลกของการทำงานและการศึกษา" ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยกล่าวว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จัดงานนี้เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้เรียนให้ก้าวทันโลกของการทำงานในยุคดิจิทัล โดยแนวทางการพัฒนากำลังคนที่สำคัญแนวทางหนึ่งคือ แรงงานใหม่ต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น โดยมีสมรรถนะที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการผ่านระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่ง สคช.สามารถเป็นคนกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษากับการทำงาน ผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนที่นำมาตรฐานอาชีพไปปรับใช้และสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “เรียนอย่างไรไม่หลุดตลาดงาน : พลิกโฉมการศึกษาเพื่ออาชีพ” โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายกิตติพงศ์ หาญกุลพงศ์ ผู้แทนบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด สถานประกอบการภาคเอกชน, ดร.สถาพร โพธิ์หวี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร, นางปัทมา วีระวานิช กรรมการผู้ทรงวุฒิ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ, นางพัสตราภรณ์ ธธรมสอน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) และนายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมี นางสาวพรภัทรา ฉิมพลอย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการเรียนรู้ตอลดชีวิตและรับรององค์กรฝึกอบรมเป็นผู้ดำเนินรายการ ในเวทีเสวนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมได้กล่าวถึง ความสำคัญของทักษะที่แรงงานไทยจำเป็นต้องมีคือ Core Technology เพื่อขับเคลื่อน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่สภาอุตสาหกรรมเร่งส่งเสริม ได้แก่ Digital, Renewable Energy, Biotechnology, Electric Vehicle, Intelligent Electronics, Automation and Robotics ซึ่งถือเป็น Hard Skill ที่สำคัญ และยิ่งไปกว่านั้นในอนาคต การที่จะการันตีความรู้ ทักษะของแรงงานนั้น วุฒิการศึกษาอย่างเดียวไม่พอ จำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานเช่น สคช. ที่เป็นหน่วยงานกลางที่จะสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับให้กับผู้ประกอบการ ด้าน นายกิตติพงศ์ หาญกุลพงศ์ ผู้แทนจาก บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด กล่าวว่า ส่วนใหญ่ภาคเอกชนจะเน้นการมีทักษะพื้นฐานที่และการพัฒนาด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำAI มาประยุกต์ใช้ในงาน ดังนั้น ผู้ทำงานระดับต้นอย่างน้อยต้องมีชุดความสามารถควบคู่กับทักษะใหม่ ที่จะเป็นแต้มต่อในการเข้าสู่การทำงาน เป็นต้น
 
โอกาสเดียวกันนี้ ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้มอบโล่และหนังสือรับรองให้แก่องค์กรที่ให้บริการฝึกอบรมของสคช. จำนวน 8 องค์กร ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพังงา, วิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง, วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ, วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย, วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ, วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี, วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี, สมาคมศิษย์เก่าครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมอบวุฒิบัตรแก่ผู้อบรมภายใต้โครงการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในทุกระดับให้ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2568