ข่าวประชาสัมพันธ์

  • “สคช. นำทัพหารือแนวทางความร่วมมือ JICA ในการส่งเสริมการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยระบบแรงงานทักษะเฉพาะทาง”

    19.05.2565
    19 View

    “สคช. นำทัพหารือแนวทางความร่วมมือ JICA ในการส่งเสริมการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยระบบแรงงานทักษะเฉพาะทาง” วันนี้ 18 พฤษภาคม 2565 นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันฯ นายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการ พร้อมผู้บริหารสถาบันฯ เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น สำนักงานประจำประเทศไทย (JICA Thailand Office) ในการสนับสนุนและส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยสถานภาพแรงงานทักษะเฉพาะทาง เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปลี่ยนนโยบายการรับคนเข้าเมือง เพื่อให้ทันกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จึงมีแผนกำหนดสถานะของการพำนักอาศัยใหม่ให้แก่แรงงานต่างชาติ เรียกว่าสถานภาพ “แรงงานทักษะเฉพาะทาง” หรือ "Specified Skilled Worker (SSW)" เพื่อดึงดูดกำลังแรงงานต่างชาติที่มีฝีมือและทักษะเฉพาะทางให้เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงใน 14 สาขาอุตสาหกรรม ซึ่งในระยะแรกประเทศญี่ปุ่นจะเปิดรับใน 4 สาขาอาชีพ ได้แก่ งานบริบาล งานอุตสาหกรรมก่อสร้าง งานจัดการทำความสะอาดอาคาร และ งานเกษตรกรรม โดยมีระยะเวลาการพำนักสูงสุด 5 ปี ในการนี้ ผู้บริหารสถาบันฯ ได้เล็งเห็นโอกาสสำหรับแรงงานไทยในการพัฒนาศักยภาพตนเอง เพิ่มรายได้ ตลอดจนช่องทางในการสะสมประสบการณ์การทำงานเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งสาขาอาชีพที่ประเทศญี่ปุ่นเปิดรับอยู่นั้น เป็นอาชีพที่แรงงานไทยมีโอกาสสูงในญี่ปุ่นเนื่องจากมีทักษะการทำงานที่ดี มีความขยัน อดทน และมีจิตบริการ จึงได้เข้าพบนายโมริตะ ทากาฮิโระ หัวหน้าผู้แทน JICA สำนักงานประจำประเทศไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและช่องทางในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะแรงงานไทย ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นในตำแหน่งที่เปิดรับต่อไป ซึ่งในฐานะหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาบุคลากรแก่ประเทศกำลังพัฒนา JICA มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนสถาบันฯ ในการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้สามารถปฏิบัติงานตามแนวทางการจัดส่งแรงงานที่มีทักษะเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ การประชุมครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่ สถาบันฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและเรียนรู้การดำเนินงานล่าสุดของ JICA ประจำประเทศไทย เพื่อที่จะหาแนวทางในการพัฒนาการทำงานร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยอมรับสมรรถนะและคุณวุฒิวิชาชีพร่วมกันในสาขาอาชีพที่ประเทศไทยมีศักยภาพและเป็นที่ต้องการในภาคอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น

  • HRDK เยี่ยมบ้าน สคช. หารือแนวทางสนับสนุนกำลังแรงงานไปทำงานที่เกาหลี

    17.05.2565
    19 View

    HRDK เยี่ยมบ้าน สคช. หารือแนวทางสนับสนุนกำลังแรงงานไปทำงานที่เกาหลี

  • สคช. จับมือ ศอ.บต. ปักหมุดเบตง เร่งปั้นบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เตรียมรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง

    10.05.2565
    25 View

    สคช. จับมือ ศอ.บต. ปักหมุดเบตง เร่งปั้นบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เตรียมรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ชูธงสร้างผู้ประกอบการมืออาชีพ ปลายด้ามขวานทอง พร้อมดึงหน่วยงานพันธมิตร ประกอบไปด้วย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย GHA ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธนาคารออมสิน และทีมดีแทค เน็ตทำกิน จัดกิจกรรมอบรม เติมทักษะสร้างท่องเที่ยวชุมชนเข้มแข็ง สู่เบตง ยะลา เมืองแห่งท่องเที่ยวชุมชนมืออาชีพ" เพื่อร่วมปั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยว ให้ก้าวไปสู่ความเป็นมืออาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นประธานเปิดงาน นางสาววรชนาธิป กล่าวระหว่างการเปิดงาน ถึงการเลือกให้เบตง เป็นจุดตั้งต้น ในการเดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดแดนภาคใต้นั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม จากสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของธรรมชาติ วิถีชุมชุมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงภูมิประเทศที่ติดกับประเทศมาเลเซีย สะดวกต่อการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยว และการเปิดใช้สนามบินอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น การเติมเต็มเพื่อพัฒนาทักษะของบุคลากร ในทุกมิติ ทั้งภาคการคมนาคมขนส่ง การให้บริการของโรงแรม ที่พัก รวมถึงนวัตกรรม เทคโนโลยี ที่จะมาช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ ก็จะสามารถการจะช่วยให้มีแนวทาง รองรับนักท่องเที่ยวจากการเปิดประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายนรินทร์ เรืองวงศา ที่ปรึกษาจากสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย กล่าวว่า การกลับมาของภาคธุรกิจเมืองเบตง สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรภาคการท่องเที่ยว ที่จำเป็นต้องพัฒนาตัวเองในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย การให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ใช้บริการได้ ซึ่งผู้ประกอบการ ที่ได้การรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ให้ได้รับการบริการ ที่มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล นายณัฐสัณห์ สงค์จินดาศักดิ์ นายกสมาคมพ่อค้าเบตง กล่าวว่าถือเป็นโอกาสที่ดี ที่คนในอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า จะได้รับความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากในปัจจุบัน การขายของรูปแบบเดิมคงจะไม่เพียงพออีกต่อไป ทั้งนี้ หากมีโอกาสอยากให้ทางสถาบันฯ ช่วยเติมทักษะเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เพื่อให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้า ได้นำมาใช้รับแขกบ้าน แขกเมือง ยกระดับคนในอาชีพได้ ขณะที่นางนภาเพ็ญ ปิยานนท์พงค์ ที่เข้าร่วมกิจกรรมอบรม กล่าวขอบคุณที่ สคช. มาช่วยจุดประกาย ในการเริ่มต้นอาชีพเสริม เพื่อหารายได้เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหลังจากนี้อยากให้มีการจัดอบรม เรื่องการทำขนม เพื่อเป็นแนวทางการสร้างรายเพิ่มเติมจากรายได้ประจำได้อีกด้วย การสร้างผู้ประกอบการมืออาชีพ โดยเริ่มต้นปักหมุดที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่พยายามเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เบตง พร้อมผลักดันให้เป็นต้นแบบด้านการค้าชายแดน รวมถึงรองรับการพัฒนาในโครงการเบตงหมื่นล้าน ที่ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยว 2 ล้านคนต่อปี และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายเฉลี่ยไม่น้อยกว่าคนละ 5,000 บาท ดังนั้นการเร่งสร้างกำลังคนในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

  • สคช. ยกทีมลุยสวนยาง ยกระดับเกษตรผู้ปลูกยางพารา สู่ความเป็นมืออาชีพ พร้อมเตรียมขยายผลการจัดการสวนยางพาราให้เกิดความยั่งยืน

    14.05.2565
    41 View

    สคช. ยกทีมลุยสวนยาง ยกระดับเกษตรผู้ปลูกยางพารา สู่ความเป็นมืออาชีพ พร้อมเตรียมขยายผลการจัดการสวนยางพาราให้เกิดความยั่งยืน   นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีมสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่สวนยางพารา บ้านนาปรังพัฒนา อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นต้นแบบ ของการนำมาตรฐานอาชีพมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดอบรมหลักสูตร การจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน เพื่อเติมเต็มทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาอาชีพ ตามมาตรฐานอาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านเพาะปลูกยางพารา ให้มีศักยภาพและมีการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง FSC หรือ Forest Stewardship Council โดยมี ศ.ดร.บัญชา สมบูรณ์สุข คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิคณะอนุกรรมการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมยาง และที่ปรึกษาคณะทำงานการจัดการสวนยางพารายั่งยืน การยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายศตวรรษ จันทร์ทอง ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวน บ้านนาปรังพัฒนา เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ และมีปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และกลุ่มเกษตรกรทำสวนยาง เข้าร่วมการอบรม   นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า ยางพาราถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยทั่วประเทศมีพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 25 ล้านไร่ และมีคนในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำสวนยางกว่า 6 ล้านคน กว่าร้อยละ 80 อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของอาชีพ ดังนั้นการส่งเสริม พร้อมผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราได้พัฒนาความรู้ ความเชี่ยวชาญในอาชีพ ด้วยมาตรฐานอาชีพ พร้อมให้การรับรองด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ จะช่วยสร้างผลผลิตยางพาราที่ได้คุณภาพออกสู่ตลาดจำนวนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็คาดหวังว่า การพัฒนาเกษตรการชาวสวนยาง จะขยายผลไปสู่การปลูกอย่างพาราอย่างยั่งยืนในพื้นที่อื่นอีกด้วย   ศ.ดร.บัญชา กล่าวถึง ความสำคัญของการจัดการสวนยางพารา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนว่า เพียงแค่การทำสวนยางพาราเหมือนเมื่อก่อน อาจไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบันมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบอีกมายมาย ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมได้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างในการพัฒนาอาชีพ ทั้งนี้การเติมเต็มทักษะ ความรู้ ความสามารถ มีการจัดการสวนยางพารา ตามมาตรฐานอาชีพ และได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเสริมศักยภาพการพัฒนากำลังคน ให้เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่มีประสิทธิภาพได้ ซึ่งขณะนี้ มีเกษตรกรผู้ทำสวนยางพารา ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพแล้วกว่า 2,800 ราย และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมอีกกว่า 3,000 ราย   นายศตวรรษ กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในการทำสวนยางพารา ที่มากกว่า 25 ปี แนวทางการจัดการตามมาตรฐาน FSC หรือยางพารากับป่าไม้ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการจัดการป่าไม้อย่างถูกต้องตามหลัก เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพมาสู่ผู้ปฏิบัติงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการปุ๋ยยางพารา อาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านจัดทำแปลงต้นยางพาราพันธุ์ดีและด้านการเก็บเกี่ยวผลผลิตยางพารา สำหรับกลุ่มน้ำยางนาปรังที่ 20 บ้านนาปรังพัฒนา อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการนำมาตรฐานอาชีพ จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเตรียมขยายผล เป็นต้นแบบการจัดการยางพาราอย่างเป็นระบบในพื้นที่อื่น อย่าง นครศรีธรรมราช สุราษฎ์ธานี และจังหวัดยะลาเพื่อยกระดับเกษตรกรชาวสวนยางให้มีมาตรฐานในระดับสากลต่อไป

  • สคช. เร่งสร้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ คลื่นลูกใหม่ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอกย้ำเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

    14.05.2565
    34 View

    สคช. เร่งสร้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ คลื่นลูกใหม่ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอกย้ำเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

  • สคช. เปิดครัว เร่งสร้างผู้ประกอบการอาหารฮาลาลมืออาชีพ ชี้ช่องต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ

    14.05.2565
    39 View

    สคช. เปิดครัว เร่งสร้างผู้ประกอบการอาหารฮาลาลมืออาชีพ ชี้ช่องต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ

  • สคช. ลุยต่อ พื้นที่เมืองยะลา ควงแชมป์ผมระดับโลก Up Skill ช่างเสริมสวย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมพร้อมส่งออกแรงงาน ให้บริการที่ซาอุฯ

    12.05.2565
    54 View

    สคช. ลุยต่อ พื้นที่เมืองยะลา ควงแชมป์ผมระดับโลก Up Skill ช่างเสริมสวย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมพร้อมส่งออกแรงงาน ให้บริการที่ซาอุฯ

  • สคช. เตรียมดัน AAT เป็น สถานประกอบการต้นแบบ ในการพัฒนากำลังคนด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

    03.05.2565
    112 View

    สคช. เตรียมดัน AAT เป็น สถานประกอบการต้นแบบ ในการพัฒนากำลังคนด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ นายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันฯ ให้การต้อนรับ ผู้บริหารจากบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) AutoAlliance (Thailand) Co.,Ltd นำโดย นายจักรกฤษณ์ พรหมสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล พร้อมตัวแทนแผนก Powertrain เพื่อหารือถึงกระบวนการพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการของ AAT นำไปสู่การรับรองมาตรฐานอาชีพและการได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อผลักดันเป็นสถานประกอบการต้นแบบ ในการพัฒนากำลังคนด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า การหารือในวันนี้ เป็นหนึ่งก้าวสำคัญ ในการที่ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหชน) หรือ สคช. เดินหน้าพัฒนากำลังคน ในสถานประกอบการ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการนำมาตรฐานที่ทั้ง 2 ฝ่ายมาเทียบเคียง เพื่อกำหนดกรอบมาตรฐานอาชีพ ให้สามารถนำไปใช้ได้เป็นมาตรฐานกลาง ในการพัฒนาภายในสถานประกอบการของตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังหารือไปถึงการสร้างอาชีพทางเลือกสำรอง เป็นอาชีพที่ 2 อาชีพที่ 3 เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับแรงงาน รองรับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้อีกด้วย ทั้งนี้ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) เป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยในการผลิต เตรียมนำร่องพัฒนาและรับรองความสามารถของกำลังคน ให้ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ ในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เช่น อาชีพช่างประกอบเครื่องยนต์ แม่พิมพ์ปั๊มโลหะ ช่างซ่อมบำรุงรักษา ช่างซ่อมเครื่องยนต์ และครูฝึกในสถานประกอบการ เป็นต้น พร้อมตั้งเป้า ยกระดับกำลังแรงงานในเครือ AAT ที่มีมากกว่า 2 พันชีวิต ให้ได้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ นำไปสู่การเพิ่มค่าตอบแทน และความก้าวหน้าในตำแหน่งงานต่อไป

  • สคช. ร่วมงานมอบใบรับรอง GBAC Star ชูมาตรฐานด้านความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย ช่วยยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวภูเก็ตสู่สากล

    29.04.2565
    198 View

    สคช. ร่วมงานมอบใบรับรอง GBAC Star ชูมาตรฐานด้านความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย ช่วยยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวภูเก็ตสู่สากล

  • สคช. พร้อมพัฒนาคน รองรับสังคมสูงวัย บูรณาการการพัฒนาคุณภาพการฝึกอบรม ด้วยระบบ E-Training

    29.04.2565
    471 View

    สคช. พร้อมพัฒนาคน รองรับสังคมสูงวัย บูรณาการการพัฒนาคุณภาพการฝึกอบรม ด้วยระบบ E-Training

  • มาภูเก็ต “ร้านนี้ต้องปักหมุด” ต้องห้ามพลาด สคช. ลุยการันตี อร่อย สะอาด ปลอดภัยอย่างมืออาชีพย่านเมืองเก่าภูเก็ต

    28.04.2565
    507 View

    มาภูเก็ต “ร้านนี้ต้องปักหมุด” ต้องห้ามพลาด สคช. ลุยการันตี อร่อย สะอาด ปลอดภัยอย่างมืออาชีพย่านเมืองเก่าภูเก็ต นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีมเชฟจากครัววันดี เชฟปึง ไวภพ แซ่ปึง ตะลุยมอบป้ายมืออาชีพ ร้านอร่อย สะอาด ปลอดภัย ที่คนทำเขาทำได้ถูกต้องตามมาตรฐานอาชีพ การันตีความเป็นมืออาชีพกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) นักท่องเที่ยวที่มาถึงผู้เก็ตต้องไม่พลาด ร้านเก่า แต่เก๋าเรื่องความอร่อย สะอาด ปลอดภัย เริ่มตั้งแต่ศูนย์รวมร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ต ในตลาดปุ๊นเต๋ อีกแลนด์มาร์กของการเดิน กิน เที่ยว ถ่าย แชร์ ร้านแรกโกปี้ เซล้อง กาแฟอร่อย ขยาโทสต์หอมเนย, ร้านหนมจีนภูเก็จ รสชาติหรอยแรง, ร้านผัดไทยโบราณภูเก็จ, ร้านข้าวมันไก่ ภูเก็จ, ร้านหมี่เชกภูเก็จ, ร้านนัมเบอร์ 6 สุกี้รสเลิศ, ร้านอ๋วน ภูเก็ต หมูสะเต๊ะ ลูกชิ้นปิ้ง, ร้านหมี่ผัดฮกเกี้ยนเค่งเฮง(จี้หย่อง), ร้านหมี่หุ้นกระดูกหมู (โก้จิ๊ก), ร้านจินหู่ เตียมซิ้ม, ร้านขนมครกหม่ำแล้วฟิน ไปต่อที่ ลกเที้ยน ศูนย์อาหารพื้นเมืองภูเก็ต กับร้านโอ้เอ๋ว ที่หากินได้ที่ภูเก็ตเท่านั้น, ร้านเปาะเปี๊ยะสด ฮกเกี้ยน, ร้านจี้เจี๊ยบ หมูสะเต๊ะ (ลกเที้ยน), ร้านก๋วยเตี๋ยวกุ๊ย อิ๋วปึ่ง, ร้านหมี่ผัด หมี่น้ำฮกเกี้ยน และร้านนิสา อาหารจานด่วน สุดท้ายที่ร้านดังระดับมิชลิน การันตีอร่อย แล้ว สคช. จะพลาดการันตีความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานอาชีพได้ยังไง กับสโลแกน “มาภูเก็ตทั้งที ไม่กินหมี่ต้นโพธิ์ได้งัย” ร้านหมี่ต้นโพธิ์ เมืองภูเก็ต (วงเวียนหอนาฬิกา) หมี่ฮกเกี้ยนเครื่องแน่น ตอกไข่เยิ้ม ที่กินแล้วฟินไปตาม ตามกัน เห็นแบบนี้ก็ “ปักหมุดรอไว้ มาภูเก็ต #ร้านนี้ต้องปักหมุด” อย่าลืมมาภูเก็ต สังเกต ป้ายมืออาชีพ #อร่อยสะอาดเป็นเหตุสังเกตได้

  • สคช. รุกภูเก็ต “อัปเกรดท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด ด้วย Wellness Tourism”

    28.04.2565
    511 View

    สคช. รุกภูเก็ต “อัปเกรดท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด ด้วย Wellness Tourism”

  • สคช. จัดอบรมอัปเกรดภาคท่องเที่ยว-บริการ เมืองไข่มุกด้วยมาตรฐานอาชีพ

    28.04.2565
    516 View

    สคช. จัดอบรมอัปเกรดภาคท่องเที่ยว-บริการ เมืองไข่มุกด้วยมาตรฐานอาชีพ

  • สคช.-ออมสิน ร่วมวงวางแผนแก้หนี้พนักงานกลุ่ม AAT Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd. รองรับวิกฤติและเตรียมแผนเกษียณสุขด้วย 26 หลักสูตรสร้างอาชีพ

    25.04.2565
    702 View

    สคช.-ออมสิน ร่วมวงวางแผนแก้หนี้พนักงานกลุ่ม AAT Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd. รองรับวิกฤติและเตรียมแผนเกษียณสุขด้วย 26 หลักสูตรสร้างอาชีพ 22 เมษายน 2565 สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) นำโดยนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันฯ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรม คลินิกแก้หนี้ ของ บริษัทออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) AutoAlliance (Thailand) Co.,Ltd จังหวัดระยอง เพื่อเป็นพี่เลี้ยงเสนอแนะแนวทางการวางแผนทางการเงิน พร้อมผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนให้กลุ่มพนักงานของ AAT ซึ่งมีจำนวนกว่า 5,400 คน นางสาววรชนาธิป ระบุว่า การลงพื้นที่ร่วมกับผู้แทนธนาคารออมสินในครั้งนี้เป็นไปตามแนวนโยบายผู้อำนวยการสถาบันฯ เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับกลุ่มพนักงาน AAT เนื่องจากการเป็นพนักงานประจำในยุคนี้อาจไม่เพียงพอให้อยู่รอดกับภาวะเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบัน สคช. จึงได้มาร่วมวางแผนทั้งการบริหารทางการเงิน จัดกิจกรรมอบรม เพิ่มทักษะ นำไปสู่การให้การรับรองมาตรฐานอาชีพด้วยประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพกับพนักงาน AAT ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้ผลิต-ประกอบรถยนต์ ก็จะเป็นการเพิ่มทั้งโอกาสในการสร้างงาน การเพิ่มรายได้ และยังเพิ่มศักยภาพทางการเงินให้กับตัวบุคคลของพนักงาน AAT ด้วย นายจักรกฤษณ์ พรหมสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บอกว่า AAT มีแนวทางในการดึงพนักงานเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการทางการเงิน สร้างบัญชีครัวเรือนของตัวเอง เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และวางแผนเพื่อการเกษียณในอนาคตอยู่แล้ว แต่จากการสำรวจในปี 2565 พบว่ามีกลุ่มที่ประสบปัญหาหนี้สินเกินกำลังไม่น้อยกว่า 300 ราย การจัดกิจกรรมโดยมี สคช. และธนาคารออมสิน ร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้กับพนักงาน ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการปลดภาระหนี้ และสร้างอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับพนักงานเพิ่มขึ้นด้วย นายสุทธิคุณ ศิริอนันต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดนโยบายรัฐ ธนาคารออมสิน ได้นำความรู้ทางด้านการเงิน "Financial Literacy" บริหารการเงินอย่างไร ให้มีความสุข Happy Money เข้ามาจับกลุ่มพูดคุยกับพนักงาน AAT ซึ่งมีความรู้ทั้งด้านการออม การลงบัญชีครัวเรือนรายรับ-รายจ่าย ภัยจากหนี้นอกระบบ การแนะนำการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว และแนวทางการฟื้นฟูเยียวยา รวมทั้งแนวทางการบริหารชีวิตด้วยหลักการเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตอบโจทย์ในทุกสถานการณ์ที่คนไทยต้องเผชิญ จากการพูดคุยในกลุ่มย่อยจำนวน 22 ราย พบเกินครึ่งที่เกิดปัญหารายได้ไม่พอกับการชำระหนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบโดยทั่วไป เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาราว 1 เดือน ในการวิเคราะห์เพื่อหาทางแก้ปัญหาให้กับพนักงานกลุ่มนี้ได้ ทั้งนี้ สคช. ยังได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์โรงงาน AAT ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยในการผลิต พร้อมได้พูดคุยวางแผนหารือแนวทางในการรับรองความสามารถกำลังคนในกลุ่ม AAT ซึ่งเป็นการการันตีจากหน่วยงานภาครัฐว่ามีศักยภาพในการทำงานไม่ยิ่งหย่อนไปว่าเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังเตรียมจัดกิจกรรมอบรมกว่า 26 หลักสูตรให้กับพนักงานกว่า 700 คน ที่ให้ความสนใจในการพัฒนาตัวเองเพื่อสร้างอาชีพเสริมด้วย

  • สคช. ก้าวสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรมทำบุญประจำปี 2565 มุ่งยกระดับกำลังแรงงานด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

    21.04.2565
    737 View

    สคช. ก้าวสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรมทำบุญประจำปี 2565 มุ่งยกระดับกำลังแรงงานด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมนายสุรพล พลอยสุข ผู้อำนวยการสถาบันฯ นางสาววรชนาธิป จันทนู นางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ นางสาวนฤมล พูลทรัพย์ ที่ปรึกษาประธานสถาบันฯ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญเลี้ยงพระ ในกิจกรรมทำบุญประจำปี 2565 โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดนาคปรก จำนวน 9 รูป ถวายภัตตาหารเพลพร้อมอาราธนาธรรม และแสดงธรรมเทศนา โดย พระเดชพระคุณพระกิตติโสภณวิเทศ เจ้าคณะแขวงปากคลองภาษีเจริญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานและเพื่อความเป็นสิริมงคล การก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ปีของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้เดินหน้าจัดทำมาตรฐานอาชีพกว่า 900 อาชีพ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการประเมิน ได้รับการรับรองด้วยประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อยืนยันถึงความสามารถ และสมรรถนะกำลังคน พร้อมส่งเสริมให้กำลังแรงงานของไทย มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เทียบเท่าระดับสากล

  • สคช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี จัดเวทีสัมมนาผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลมาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ สาขายานยนต์สมัยใหม่

    08.04.2565
    1,352 View

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าชั้นนำ จัดเวทีสัมมนาผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพจากต่างประเทศ ที่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในการจัดทำมาตรฐานอาชีพได้ ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร ประเทศออสเตรเลีย และประเทศมาเลเซีย เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ สาขายานยนต์สมัยใหม่ โดยนำร่อง 4 อาชีพ คือ ช่างประกอบแบตเตอรี่ ช่างซ่อมยานยนต์ไฟฟ้า ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงสถานีชาร์จ และช่างโปรแกรมเมอร์ยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ รองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ ที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ EV (Electric Vehicle) โดยได้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งจากผู้ประกอบการ บุคลากรผู้ประกอบอาชีพ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาชีพ