ข่าวประชาสัมพันธ์

  • สคช. ร่วมยกระดับ 70 นักบริหารงานบุคคล จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ก้าวสู่บันไดมืออาชีพ

    27.02.2567
    48 View

    23 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุม Auditorium CP All Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ให้ผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ในสาขาวิชาชีพบริหารงานบุคคล จำนวน 70 คน ประกอบด้วย อาชีพสรรหาและคัดเลือกบุคลากร อาชีพพนักงานสัมพันธ์ อาชีพบริหารค่าตอบแทน อาชีพเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรบุคคล อาชีพวางแผนอัตรากำลัง อาชีพนักพัฒนาองค์การ อาชีพบริหารงานงาน อาชีพบริหารความก้าวหน้าในสายอาชีพ คุณวุฒิวิชาชีพ ระดับ 3 -7 จากศูนย์รับรองคุณวุฒิวิชาชีพนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ แห่งสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM CERTIFIED CENTER : PIM HRCC องค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลาตามมาตรฐานอาชีพ โดยมี ผศ.ดร.เลิศชัย สุธรรมานนท์ รองอธิการบดี ส่วนพัฒนางานบริการวิชาการและองค์กร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ให้การต้อนรับ นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า นักบริหารงานบุคคลในองค์กร เป็นบุคลากรสำคัญที่จะผลักดันให้องค์กรก้าวสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษากำลังคน ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจให้นักบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทำหน้าที่อย่างมีศักยภาพตามมาตรฐานอาชีพ พร้อมด้วยการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ จะเป็นแต้มต่อที่จะทำให้องค์กรขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพที่ได้รับในวันนี้ จะเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่า ทุกคนเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมีศักยภาพ เพราะกว่าจะเป็น นักบริหารงานบุคคล จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญในอาชีพอย่างเข้มข้นมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับใบประกาศนียบัตร เป็นบุคลากรที่มีความพร้อม ที่จะเป็นต้นแบบในการนำมาตรฐานอาชีพไปใช้ในการทำงาน พร้อมกับการเป็นนักบริหารงานบุคคล มืออาชีพอย่างเต็มตัว ไม่เพียงแต่การทำงานตามมาตรฐานอาชีพเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ยังต้องรับมือ พร้อมปรับตัวให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเทคโนโลยีในโลกดิจิทัล

  • สคช. ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 44 ปี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

    27.02.2567
    27 View

    นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นตัวแทนสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมแสดงความยินดี ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสงานวันสถาปนาครบรอบ 44 ปี ก้าวสู่ปีที่ 45 ฐานเศรษฐกิจ โดยมีนายทิฆัมพร ศรีจันทร์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ให้การต้อนรับ ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ นางสาววรชนาธิป กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 44 ปี พร้อมอวยพรให้ฐานเศรษฐกิจ เป็นสื่อคุณภาพ นำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน รวมถึงเป็นหนึ่งในช่องทาง ที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกอบอาชีพในประเทศต่อไป

  • นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้าหารือกับนายธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมยกระดับทักษะให้กับกลุ่มเกษตรกรด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ

    27.02.2567
    22 View

    นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้าหารือกับนายธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมยกระดับทักษะให้กับกลุ่มเกษตรกรด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ โดยเฉพาะแนวทางการรับรองอาชีพนักส่งเสริมการเกษตร ให้กับกลุ่มเกษตรอาสา รวมถึงกลุ่มหมอดิน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางในการมอบค่าตอบแทนให้กับกลุ่มอาสาสมัครเช่นกันกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ซึ่งหากใช้แนวทางระบบคุณวุฒิวิชาชีพซึ่งมีการทั้งอบรม ทดสอบ และให้การรับรองเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะให้กับกลุ่มเกษตรอาสาก็จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินการกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพอย่างเต็มที่

  • สคช. ผลักดันการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย

    27.02.2567
    61 View

    สคช. ผลักดันการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพและวุฒิบัตรการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมก่ออิฐและฉาบปูน สำหรับช่างก่อสร้างชาวกัมพูชา ก่อนมาทำงานในประเทศไทย โดยมีผู้ผ่านการฝึกอบรมรุ่นแรกนี้จำนวน 24 คน โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องภายใต้ความร่วมมือของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. มูลนิธิแรงงานสากลแห่งประเทศญี่ปุ่น (JILAF) องค์การเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ (IOM) สังกัดสหประชาชาติ สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (SCG) สมาคมผู้จัดหาแรงงานแห่งประเทศกัมพูชา (ACRA) และกระทรวงแรงงานและอาชีวศึกษา ประเทศกัมพูชา โดยมุ่งเน้นที่สาขาก่อสร้าง ก่อนจะขยายผลไปสู่สาขาอื่นๆ ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการนำเข้าแรงงานข้ามชาติที่มีทักษะตามมาตรฐานอาชีพไทย แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานให้กับนายจ้างไทย รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาความยากจนให้กับแรงงาน โครงการนี้เกิดขึ้นจากสภาองค์การนายจ้างฯ สำรวจความต้องการแรงงานข้ามชาติที่มีทักษะขั้นต้น จัดหาแรงงานโดยสมาคมผู้จัดหาแรงงานฯ ฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพโดย SCG ประสานงานโดย IOM ภายใต้การบริหารโครงการของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และงบประมาณจาก JILAF โดยกระทรวงแรงงานและอาชีวศึกษา กัมพูชาแสดงความขอบคุณและหวังว่าจะได้ร่วมมือต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการนำเข้าแรงงานที่มีคุณภาพภายใต้ MOU การจัดหางานระหว่างรัฐบาลไทยและกัมพูชาต่อไป

  • วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตกรรมชุมชม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามโครงการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงภูมิปัญญาชุมชนไทย

    23.02.2567
    217 View

    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตกรรมชุมชม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามโครงการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงภูมิปัญญาชุมชนไทย ณ หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี และบ้านคำปุน ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ข้าราชการ ประชาชน และคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เฝ้ารับเสด็จ โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงคัดเลือกผลงานที่โดดเด่นและมีเรื่องเล่า (Story) 20 ชิ้นงาน จากผู้ประกอบการ 20 ราย ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชน เข้ารับคำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอและเครื่องจักรสาน โดยนางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้รับเชิญให้ร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้พร้อมเตรียมการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้ บุคลากรในกลุ่มอาชีพศิลปะหัตถกรรม ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป

  • สคช. มอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ รับรองผู้ช่วยผู้จัดการร้าน จากฟู้ด แฟคเตอร์ การันตีการให้บริการมืออาชีพ

    23.02.2567
    209 View

    นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ให้กับผู้ที่สำเร็จการฝึกอบรม ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ และหนังสือรับรองสมรรถนะ ในอาชีพผู้ช่วยจัดการร้าน คุณวุฒิวิชาชีพระดับ 3 และระดับ 4 จากร้าน EST.33 ร้านคิตะโอจิ และร้านเชฟป้อม ร้านอาหารชื่อดัง บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด เพื่อเชิดชูความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมกันนี้ ได้มอบหนังสือเห็นชอบหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการตามมาตรฐานอาชีพ ให้แก่บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจอาหาร ซานตา เฟ่ สเต็ก (Santa Fe’’) และร้านอาหารอีสาน เหม็ง แซ็ปนัว โดยมีนายกฤษณ์ เปลื้องประสิทธิ์ Senior HRBP Manager บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด ให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดี นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มีความเชื่อมั่นว่าสถานประกอบการแต่ละแห่ง ต่างกระบวนการพัฒนากำลังคนที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว โดยเฉพาะบริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ ถือเป็นหนึ่งในสถานประกอบการที่ให้ความสำคัญ และมองเห็นคุณค่าของการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ด้วยการส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนา จากการเทียบเคียงความสอดคล้องหลักสูตรการฝึกอบรมกับมาตรฐานอาชีพ พร้อมผลักดันให้มีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในองค์กร ไม่เพียงแต่การนำไปสู่หลักประกันที่มั่นคงในการประกอบอาชีพ ทั้งรายได้ ความก้าวหน้าในการทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมแรงให้องค์กรมีการบริหารยอดขายเป็นไปตามเป้า สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจด้านอาหารต่อไป

  • อนุทิน ร่วมวงประชุมสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ชี้การรับรองคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ ช่วยเสริมฐานราก สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทยได้อย่างยั่งยืน

    22.02.2567
    216 View

    อนุทิน ร่วมวงประชุมสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ชี้การรับรองคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ ช่วยเสริมฐานราก สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทยได้อย่างยั่งยืน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพวาระพิเศษ ซึ่งมีนายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบัน นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบัน และคณะกรรมการสถาบันเข้าร่วมประชุม โดยมีวาระการหารือภาพรวมการพัฒนากำลังคนของประเทศไทย แนวนโยบายการกำหนดค่าจ้างตามมาตรฐานอาชีพและระดับคุณวุฒิวิชาชีพ รวมถึงการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนงานในพื้นที่ 13 จังหวัดของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชี้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มีทิศทางการดำเนินงานที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ จากภารกิจหลักในการรับรองความรู้ ความสามารถ ทักษะในการทำงานของกำลังคน ซึ่งเป็นการยืนยันศักยภาพการทำงาน รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในระดับภูมิภาคอาเซียน ที่ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาคทั้งการขนส่ง ระบบโลจิสติกส์ต่างๆ โดยเฉพาะโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะจะทำให้เกิดการลงทุนเศรษฐกิจเติบโตอย่างเต็มที่ และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สามารถให้การรับรองคนตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนคุณภาพเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนรองรับโครงการนี้ได้ เมื่อเกิดการจ้างงาน คนไทยมีงานทำ อุตสาหกรรมขยายตัว เพียงเท่านี้ก็สร้างความยั่งยืนให้กับประเทศได้ นายอนุทิน ยังกล่าวว่าประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่การบริการด้านสุขภาพของประเทศไทยก็เป็นเสมือน Soft Power ที่ต่างชาติให้ความนิยม ความชื่นชอบ ธุรกิจโรงพยาบาลจึงมีโอกาสทางเศรษฐกิจสูง และจะนำมาซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว คนนำเที่ยว หรือไกด์ จึงมีความสำคัญ จะเป็นทิศทางที่ดีหากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเข้าไปให้การรับรองคนเหล่านี้ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้ นายอนุทิน ย้ำว่า เงินบาทไทย ซื้อของไทย ใช้ในประเทศไทย ยังไงคนไทยก็จะได้จากเม็ดเงินที่หมุนเวียนภายในประเทศ และนี่คือการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เหนืออื่นใดคือต้องสร้างความมั่นคง สร้างรายได้ ทำให้คนไทยเกิดความยั่งยืนในการสร้างรายได้ ซึ่งทิศทางนโยบายต่างๆ จะขับเคลื่อนให้เกิดโครงการอีกมากในการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นที่ต้องวางรากฐานที่มั่นคงให้กับคนไทย หลักการของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ คือการเติมทักษะ ให้การรับรอง และสามารถนำใบคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ในการประกอบอาชีพได้เสมือนใบปริญญา เมื่อพัฒนาคนให้ดี มีโอกาส ช่องทางให้เกิดการจ้างงาน ทำให้คนมีรายได้อย่างยั่งยืน เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนในประเทศไทยและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้เช่นกัน ทั้งนี้ในการประชุมได้มีการนำเสนอผลการศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะแรงงานของประเทศไทยด้วย Competency-base payment โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ซึ่งเห็นตรงกันว่าเป็นแนวทางที่สามารถนำไปสู่การกำหนดค่าจ้างตามมาตรฐานอาชีพได้ในอนาคต

  • สคช. ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสที่ บสย. ก้าวสู่ปีที่ 33 ต่อยอดโอกาสก้าวเข้าถึงแหล่งทุน ให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีคุณวุฒิวิชาชีพ

    21.02.2567
    233 View

    นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นตัวแทนสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมแสดงความยินดี กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ในโอกาสคล้ายวันสถาปนา บสย. ก้าวสู่ปีที่ 33 โดยมีนางดุสิดา ทัพวงษ์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโสสายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ บุรณศิริ รองผู้จัดการทั่วไปสายกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ และนายวุฒิพันธ์ุ ปริดิพันธ์ รองผู้จัดการทั่วไปสายงานปฏิบัติการ เป็นผู้รับมอบ ในการนี้ สคช. ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อเป็นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ให้กับมูลนิธิออทิสติกไทย (Autistic Thai Foundation) แทนการมอบประเช้าและของขวัญแสดงความยินดี นางสาววรชนาธิป กล่าวว่า ที่ผ่านมา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ได้มีการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรอย่าง บสย. ตามโครงการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs คุณวุฒิวิชาชีพ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ในเครือข่ายของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องการเงิน และให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่ง ทาง บสย. จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ได้มีการบริหารจัดการเงินทุนในการทำธุรกิจ ทั้งการทำบัญชีการเงิน เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ รวมถึงการเข้าไปช่วยค้ำประกันเงินกู้ ให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ทุกธนาคาร ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการประเมิน และได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ จาก สคช. ก็จะมีโอกาสในการพิจารณาให้สินเชื่อของสถาบันทางการเงิน โดยการค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจจาก บสย. นับเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ต่อยอดทางธุรกิจอย่างเข้มแข็งต่อไป

  • สคช. ส่งเสริมเยาวชนชายแดนใต้ ฝึกประสบการณ์ตามมาตรฐานอาชีพสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน E-Workforce Ecosystem

    19.02.2567
    331 View

    สคช. ส่งเสริมเยาวชนชายแดนใต้ ฝึกประสบการณ์ตามมาตรฐานอาชีพสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน E-Workforce Ecosystem นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำทีม สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เดินทางลงพื้นที่อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรระยะสั้นที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพหรือสมรรถนะสนับสนุนการทำงาน มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนากำลังคนให้เข้าสู่ตลาดแรงงานของประเทศด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นการฝึกฝนความรู้ ความสามารถ และทักษะ ที่จำเป็นในการทำงานในอาชีพนั้น ๆ ให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยมีนายแวอิสเฮาะ แวบาราเฮ็ง รองนายกเทศมนตรีตำบลปะนาเระ ให้การต้อนรับและสนับสนุนการการดำเนินงานดังกล่าว สถาบันคุณวุฒิวชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับองค์การยูนิเซฟประเทศไทย จัดโครงการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพและจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน E-Workforce Ecosystem สำหรับเยาวชน ช่วงอายุ 15-24 ปี ที่ขาดโอกาส ไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาหรือหลุดจากภาคการศึกษา ไม่สามารถเข้าถึงบริการฝึกอบรม ไม่ได้ทำงาน ให้ได้รับโอกาสและเพื่อให้เยาวชนเข้าถึงระบบคุณวุฒิวิชาชีพ เข้าถึงข้อมูลหลักสูตรการฝึกอบรม สร้างโอกาสในการต่อยอดพัฒนาทักษะ (upskill, reskill) สามารถสะสมผลงาน สร้างเรซูเม่ เพิ่มโอกาสในการหางาน สะสมผลลัพธ์การเรียนรู้ผ่าน digital competency credit bank รวมถึงมีเครื่องมือในการกำหนดเส้นทางอาชีพ การวางแผนพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน E-Workforce Ecosystem สำหรับโครงการฝึกอบรมดังกล่าว จะจัดขึ้นใน 2 พื้นที่ได้แก่ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ระหว่างวันที่ 17 – 21 กุมภาพันธ์ 2567 และ หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 – 5 มีนาคม 2567 สำหรับเนื้อหาในการฝึกอบรมในโครงการนี้ ได้มีการนำมาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพการท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคารและร้านอาหาร สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาชีพนักเล่าเรื่องท้องถิ่น ระดับ 4 มาปรับใช้เป็นหลักสูตร นักเล่าเรื่องท้องถิ่นมืออาชีพ ประกอบด้วย 7 หน่วยสมรรถนะ ระยะเวลาการฝึกอบรม 24 ชั่วโมง (ภาคทฤษฎี 9 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 15 ชั่วโมง) อาชีพผู้ประกอบการอาหารท้องถิ่น ระดับ 4 หลักสูตร ผู้ประกอบการอาหารท้องถิ่นมืออาชีพ ประกอบด้วย9 หน่วยสมรรถนะ ระยะเวลาการฝึกอบรม 15 ชั่วโมง (ภาคทฤษฎี 9 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 6 ชั่วโมง) และสมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านการใช้อีคอมเมิร์ซ ระดับ 2 หลักสูตร นักขายออนไลน์มือใหม่สู่มืออาชีพด้วย Content Marketing ประกอบด้วย 8 หน่วยสมรรถนะ ระยะเวลาการฝึกอบรม 18 ชั่วโมง (ภาคทฤษฎี 7 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 11 ชั่วโมง) และเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับวุฒิบัตรการฝึกอบรม และหากผ่านการประเมินด้วยวิธีการและเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงมีคุณสมบัติการเลื่อนระดับคุณวุฒิวิชาชีพตามที่มาตรฐานอาชีพกำหนด จะได้รับหนังสือรับรองสมรรถนะหรือคุณวุฒิวิชาชีพในภายหลังต่อไป

  • สคช. - ศูนย์วิจัยป่าไม้ ม.เกษตร จัดประเมินฯ รุกขกร และผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ รุ่นแรก เร่งผลิตบุคลากรที่มีคุณวุฒิวิชาชีพ รองรับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

    17.02.2567
    397 View

    สคช. - ศูนย์วิจัยป่าไม้ ม.เกษตร จัดประเมินฯ รุกขกร และผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ รุ่นแรก เร่งผลิตบุคลากรที่มีคุณวุฒิวิชาชีพ รองรับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. โดย ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ จัดการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ เพื่อให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ในสาขาวิชาชีพธุรกิจจัดการพื้นที่สีเขียว สาขาการจัดการดูแลต้นไม้ อาชีพรุกขกร ระดับ 4 และผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ ระดับ 3 โดยมีคนในอาชีพ จากหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนเข้าร่วมการประเมินกว่า 70 คน นายณัฐวัฒน์ คลังทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยป่าไม้ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรก ของศูนย์วิจัยป่าไม้ ที่มีการประเมิน ผู้ประกอบอาชีพรุกขกร และผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ ซึ่งถือเป็นอาชีพที่มีความสำคัญกับสังคมปัจจุบัน ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ต้องมีการจัดการต้นไม้อย่างเป็นระบบ โดยปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนบุคลากร ในอาชีพ รุกขกร ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดูแลต้นไม้ ส่งผลให้เกิดปัญหากับต้นไม้ที่ปลูกในเขตเมือง อาทิ การตัดต้นไม้ให้เหลือแต่ตอ ตัดแต่งที่กิ่งใบ ไม่สวยงาม และไม่เป็นไปมาตรฐานความปลอดภัยส่งผลให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุจากต้นไม้อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น การผลักดันให้ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ จะเป็นเครื่องมือที่แสดงให้เห็นว่าคนทำงานมีมาตรฐาน ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามดำเนินการได้อย่างถูกต้อง และมีความปลอดภัย สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการได้ ขณะเดียวกัน ก็เพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดได้ ตามสภาพของแต่ละพื้นที่ และปลอดภัยกับคนที่อยู่ใกล้ต้นไม้อีกด้วย สำหรับผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ จะต้องมีการเตรียมอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติงานบนต้นไม้ การตรวจสอบอุปกรณ์ให้มีความสมบูรณ์ ก่อนเริ่มปฏิบัติงานต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยของต้นไม้ และพื้นที่ปฏิบัติงาน ก่อนทำการติดตั้งเชือกปีน เคลื่อนที่เพื่อปฏิบัติงานบนต้นไม้อย่างถูกต้อง รวมถึงต้องสามารถลงจากต้นไม้ด้วยความปลอดภัยด้วย ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้ต้องทำงานร่วมต่อกับรุกขกร ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ในการวางแผนการจัดการต้นไม้ การดูแลรักษาต้นไม้ การตัดแต่งต้นไม้ ตลอดจนการป้องกันต้นไม้จากอันตรายต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ โรค และแมลงศัตรู รวมทั้งสามารถจัดการต้นไม้ให้สามารถอยู่ร่วมกัน และตองสนองความต้องการของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ และยั่งยืน

  • สคช.เตรียมพัฒนาคุณภาพกำลังคนในท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ

    16.02.2567
    411 View

    นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ประชุมหารือร่วมกับ นางราณี วงศ์ลุน รักษาการพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด พัฒนาชุมชนอำเภอ 8 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้อยเอ็ด ถึงแนวทางในการพัฒนาคุณภาพกำลังคนในท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ โดยแต่ละพื้นที่มีความสนใจยกระดับทักษะการประกอบอาชีพให้ชุมชนตามมาตรฐานอาชีพของสถาบัน เพื่อส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นมีโอกาสนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้หรือสร้างอาชีพเสริมต่อไป เบื้องต้นพัฒนาชุมชนแต่ละอำเภอได้นำเสนอกลุ่มอาชีพตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ในการพัฒนาคน โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาชีพที่ต้องการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน ผลิตภัณฑ์จักสาน ผ้าทอ และช่องทางการตลาดเพื่อการจัดจำหน่าย นางสาววรชนาธิป ระบุ สถาบันมีความพร้อมสนับสนุนพัฒนาคนในพื้นที่ด้วยมาตรฐานอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม และการประเมินเพื่อการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันให้จัดการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพในอาชีพเสริมสวย อาหาร บาริสต้า และส่งเสริมให้มีการต่อยอดช่องทางการจำหน่ายด้วยการตลาดออนไลน์ ก่อนนำไปสู่การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้คนในอาชีพที่ผ่านการอบรมต่อไป เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงทางอาชีพ เพิ่มโอกาสในการนำผลผลิตในพื้นที่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งนำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

  • สคช. ติวเข้ม องค์กรรับรองฯ -องค์กรฝึกอบรม เตรียมนำร่องใช้งานระบบ E-Coupon เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต่อยอดไปสู่การรับคุณวุฒิวิชาชีพ

    15.02.2567
    764 View

    สคช. ติวเข้ม องค์กรรับรองฯ - องค์กรฝึกอบรม เตรียมนำร่องใช้งานระบบ E-Coupon เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต่อยอดไปสู่การรับคุณวุฒิวิชาชีพ 15 กุมภาพันธ์ 2567 นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้มอบหมายให้ นางสาวพรภัทรา ฉิมพลอย ผู้อำนวยการสำนักขับเคลื่อนภารกิจพิเศษ และนางสาวมะลิ จันทร์สุนทร ผู้อำนวยการสำนักรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. จัดการฝึกอบรมการใช้งานระบบคูปองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ E-Coupon ให้แก่องค์กรที่ทำหน้าที่ให้บริการฝึกอบรม และองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ได้รับรู้ถึงแนวทางการจัดการฝึกอบรมที่ช่วยเพิ่มทักษะ Up-Skill หรือพัฒนาทักษะ Re-Skill ผ่านการให้บริการด้วยระบบ E-Coupon ที่จะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายการฝึกอบรม และเก็บสะสมสมรรถนะที่เกิดจากการเรียนรู้ผ่าน Competency Credit Bank และนำไปสู่การได้รับคุณวุฒิวิชาชีพได้ในอนาคต โดยมีองค์กรที่เข้าร่วมการอบรมทั้งผ่านระบบออนไลน์ และออนไซต์ จำนวนกว่า 60 แห่ง สำหรับระบบ E-Coupon ถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการสร้างแรงจูงใจในการให้กำลังคนมีการพัฒนาตัวเอง ผ่านการฝึกอบรม เพื่อสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจะต้องมีการลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบ E-Portfolio ที่เป็นการทำงานภายใต้ E-Workforce Ecosystem Platform (EWE) ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละหน่วยงานให้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้คนมีงานทำ นอกจากระบบ E-Coupon และ E-Portfolio ที่สามารถเก็บประวัติ ข้อมูลวุฒิการศึกษา ผลงานประสบการณ์ทำงาน การฝึกอบรมแล้ว ยังมีระบบย่อยอื่นๆ ที่ครอบคลุมการส่งเสริมการมีงานทำในทุกมิติ ประกอบไปด้วย การแนะแนวอาชีพและค้นหาทักษะ (Career Guidance and Skill Check) เพื่อประเมินทักษะและความรู้ของตนเอง เพื่อนำไปสู่การแนะแนวอาชีพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ระบบการสั่งสมสมรรถนะการเรียนรู้ (Digital Competency Credit Bank) เกิดจากการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการทำงานเพื่อเชื่อมโยงโลกของการทำงานและการเรียนรู้เข้าด้วยกัน ระบบจับคู่งาน (Job Matching) สำหรับคนที่กำลังมองหางานและผู้ประกอบการที่กำลังมองหาคนทำงานได้มาเจอกันทำให้เกิดการจ้างงานในทุกระดับ ผู้ประกอบการได้แรงงานมีคุณภาพ มีทักษะฝีมือตรงตามความต้องการ และการให้บริการข้อมูลด้านกำลังคน (Labour Market Information) ที่สามารถใช้ในการวางแผนนโยบายด้านกำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ส่วนหลักเกณฑ์การขอรับเงินสนับสนุนการประเมินและการฝึกอบรมผ่านระบบ E-Coupon นั้น สถาบันจากพิจารณาคำขอ ตามขั้นตอน โดยเป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการสถาบันคุณวุฒวิชาชีพว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนเป็นค่าธรรมเนียมการประเมินมาตรฐานอาชีพ 2565 และข้อบังคับคณะกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดให้มีและให้ทุน เพื่อสนับสนุนเป็นค่าธรรมเนียมการฝึกอบรม พ.ศ.2567 ซึ่งเปิดกว้างสำหรับองค์กรที่มีหน้าที่รับรองฯ องค์กรที่ทำหน้าที่ให้บริการฝึกอบรม สามารถยื่นขอรับการจัดสรรทุน เพื่อรับ E-Coupon สำหรับการพัฒนาตัวเอง ขณะที่ในส่วนของบุคคล สามารถประสานไปยังองค์กรรับรองฯ ในแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อติดต่อขอรับ E-Coupon เพื่อการเรียนรู้ได้เช่นกัน ทั้งนี้ คาดว่าระบบ E-Coupon จะสามารถเปิดบริการให้กับประชาชนทั่วไปอย่างเต็มรูปแบบ ภายในเดือนมีนาคมนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าสู่การใช้งาน E-Portfolio ภายใต้ EWE Platform เพื่อเตรียมความพร้อมการใช้ E-Coupon ได้ที่ ewe.go.th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่าน Apple Store และ Play Store

  • สคช. ร่วมประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร เดินหน้าตั้งคณะทำงานรับผิดชอบ 4 โครงการสำคัญ เร่งเครื่องชู Soft Power ด้านอาหารสู่สายตาชาวโลก

    12.02.2567
    614 View

    สคช. ร่วมประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร เดินหน้าตั้งคณะทำงานรับผิดชอบ 4 โครงการสำคัญ เร่งเครื่องชู Soft Power ด้านอาหารสู่สายตาชาวโลก นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ในฐานะรองประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร (คณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ) เข้าร่วมประชุมครั้งที่ 1/2567 โดยมีเชฟชุมพร แจ้งไพร เป็นประธานอนุฯ พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยในที่ประชุมได้มีการตั้งคณะทำงาน เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร ใน 4 โครงการ ที่ได้รับงบประมาณในปีงบประมาณ 2567 ประกอบไปด้วย โครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนนโยบายเพื่ออาหารไทย ด้วยการจัดทำหลักสูตร คู่มือการเรียนการสอน สร้างเทรนเดอะเทรนเนอร์ ส่งเสริมในเรื่องเรียนทำอาหาร โดยมีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นผู้ให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ แก่ผู้ที่ผ่านการเรียนการสอนการอบรมตามหลักสูตร โดยตั้งเป้ามีผู้ที่ผ่านการเรียนรู้ 10,000 คน ทั่วประเทศในปี 2567 นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะทำงานในโครงการ Thai Food Channel เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์อาหารไทย ด้วยการเผยแพร่คอนเทนต์อาหารไทยไปยังแพลตฟอร์มและสื่อต่างๆ เช่น YouTube, TikTok, Facebook, Instagram และ Line OM เป็นต้น เพื่อต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเป็นอาหาร สร้างตัวตนให้อาหารท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น สร้างร้านค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ส่วนโครงการ Thai Food Soft Power and World Tour จะเป็นการยกระดับอาหารไทยไปสู่ระดับสากล ถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารไทย รวมถึงการสร้างนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มออกสู่ตลาดสากลต่อไป รวมถึงโครงการ Local Chef Restaurant ซึ่งเป็นการสร้างร้านอาหารเชฟชุมชน อาหารถิ่น อาหารไทย เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมด้านอาหารพื้นถิ่น ที่มีเอกลักษณ์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเรียนรู้และสัมผัสกับอาหารไทย

  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ - รพ.บำรุงราษฎร์ เดินหน้ารับรองหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการ ครอบคลุมทุกอาชีพด้านการให้บริการทางการแพทย์

    12.02.2567
    587 View

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ - รพ.บำรุงราษฎร์ เดินหน้ารับรองหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการ ครอบคลุมทุกอาชีพด้านการให้บริการทางการแพทย์ นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มอบหนังสือรับรองหลักสูตรฝึกอบรมในสถานประกอบการหลักสูตร การอบรมมาตรฐานอาชีพนักต้อนรับผู้ป่วย ระดับ 3 และหลักสูตรการอบรมมาตรฐานอาชีพนักบริหารการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Medical and Wellness Travel Facilitator) ระดับ 5 ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมอบให้กับ ดร.ฉัตรชัย ยาจันทร์ทา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานประสบการณ์ผู้ป่วย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและประเมินหลักสูตรดังกล่าว มีช่องทางในการได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพในอาชีพนักต้อนรับผู้ป่วย และนักบริหารการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Medical and Wellness Travel Facilitator) ต่อไป โดยนางสาววรชนาธิป ระบุว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ถือเป็นโรงพยาบาลต้นแบบ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรสนับสนุนทางการแพทย์ในสถานประกอบการ มีคุณภาพและมาตรฐานจนได้รับคุณวุฒิวิชาชีพมาแล้ว ทั้งอาชีพล่ามและนักแปลภาษาทางการแพทย์ และนักเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งเป็นบุคลากรที่จะทำหน้าที่เชื่อมโยงการรักษาระหว่างแพทย์และผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ จะมีการผลักดันในการนำมาตรฐานอาชีพ ไปพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานในตำแหน่งอื่นๆ ประกอบไปด้วย อาชีพนักเวชสารสนเทศทางพยาธิวิทยา (Pathology Informatician) นักพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล และนักโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ ซึ่งจะครอบคลุมทุกอาชีพในด้านการให้บริการทางการแพทย์ นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการถึงความปลอดภัย และการให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานที่สากลให้การยอมรับ จะนำไปสู่การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ขณะที่บุคลากรของสถานประกอบการเอง ก็จะได้รับแรงจูงใจในการทำงาน ทั้งการได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น สร้างความมั่นคงในการทำงานในสถานประกอบการต่อไป

  • สคช. ร่วมกับสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และ มศว. เตรียมความพร้อมจัดทำชุดฝึกอบรมระยะสั้น ในกลุ่มงานผ้าทอและออกแบบ เพื่อเก็บเครดิตสมรรถนะและรับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ

    12.02.2567
    641 View

    สคช. ร่วมกับสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และ มศว. เตรียมความพร้อมจัดทำชุดฝึกอบรมระยะสั้น ในกลุ่มงานผ้าทอและออกแบบ เพื่อเก็บเครดิตสมรรถนะและรับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ 11 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรม พลูแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาการทอผ้าของไทย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดโดย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวีโรฒ และคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง สคช. ว่าเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่จะมาช่วยให้การรับรองและให้คุณวุฒิวิชาชีพกับผู้ผลิตงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งในการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนบุคคลากรหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้อยู่ในกลุ่ม OTOP จึงได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาโดยเน้นที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพ โดยครั้งนี้มีกลุ่มผู้เข้าร่วมจากสถาบันการศึกษา 7 แห่ง อาทิ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และกลุ่มผู้ประกอบการด้านผ้าทอ ในการปฏิบัติการ (Workshop) ได้แบ่งกลุ่มให้ความรู้เป็น 5 กลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : การสร้างแบรนด์ให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมสู่ตลาดสากล โดย ผศ.ดร รวิเทพ มุสิกะปาน และนายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมตามเทรนด์แฟชั่นที่ร่วมสมัย กลุ่มที่ 2 : การต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมตามเทรนด์แฟชั่นร่วมสมัย โดย อาจารย์ ดร. กรกลด คำสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมตามเทรนด์แฟชั่นที่ร่วมสมัย กลุ่มที่ 3 : การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดย อาจารย์ ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด กลุ่มที่ 4 : การผลิตเส้นใยและการย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BGC) โดย นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวซาญด้านการผสิตเส้นใยและการย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG) กลุ่มที่ 5 : กลยุทธ์ทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นค้า โดย อาจารย์ ดร.ฐิศิรักน์ โปตะวณิช ผู้เชี่ยวซาญด้านกลยุทธ์ทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า

  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมนั่งอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย OFOS หนุนขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างยั่งยืน

    09.02.2567
    703 View

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ร่วมนั่งอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย OFOS หนุนขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างยั่งยืน นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นประธาน ซึ่งได้มีการพิจารณาเห็นชอบประเด็นสำคัญในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ตามข้อเสนอของ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่งตั้งให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ โดยแผนขับเคลื่อนระหว่างการจัดตั้งหน่วยงาน THACCA ได้มีการจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อบูรณาการและขับเคลื่อนแผนงานในภาพรวม รวมถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 6 ชุดในการขับเคลื่อนและติดตามแผนงานประกอบด้วยคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์นโยบายและแผนระดับชาติ คณะอนุกรรมการจัดทำมาตรการและสิทธิประโยชน์ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและกำกับติดตามการดำเนินโครงการ คณะอนุกรรมการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและฐานข้อมูล และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย OFOS ซึ่งมีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพร่วมเป็นฝ่ายเลขานุการ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ยกระดับ THACCA Web Portal ให้เป็น THACCA Platform เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ภารกิจได้ครอบคลุมทุกมิติ โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้ร่วมอยู่ในหน่วยงานพัฒนาระบบลงทะเบียน OFOS ซึ่งจะแหล่งรวบรวมข้อมูลผู้ลงทะเบียน ข้อมูลการฝึกอบรมทักษะต่างๆ การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน ระบบ Matching ระบบตลาดงานกับผู้ประกอบการด้วย รวมถึงการผลักดันกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษเพื่อเป็นการต่อยอดขยายโอกาสทางอาชีพ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการจัดงาน SPLASH งานพลังวัฒนธรรมสร้างสรรค์ใหม่ หรือเดิมคือ Soft Power Forum ซึ่งคาดว่าจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ในงานจะเป็นการรวบรวมแหล่งข้อมูลที่ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ Soft Power ของไทย ซึ่งไม่เพียงแค่การจัดงาน แต่จะเป็นการสร้างการพัฒนา ยกระดับคนสู่ความยั่งยืนด้วย ทั้งนี้ที่ประชุมยังรับทราบว่า จะมีการเสนอนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนางอัจฉรา อัมพุช เป็นกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ด้านแฟชั่น และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านศิลปะเพิ่มเติม ในสัดส่วนศิลปะการแสดง เพิ่มอีกจำนวน 4 คนด้วย